“การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จชต.” (03/04/62)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งดำเนินการการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องโดยได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหาและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้พัฒนาความเป็นอยู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งยังได้เข้าร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ จากทุกภาคส่วน โดยได้จัดทำเป็นแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2562 เพื่อใช้เป็นแผนหลักในการดำเนินงาน
นอกจากนั้น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำหนดงานเร่งด่วน ในมิติความมั่นคง จำนวน 3 งาน เพื่อเป็นการสร้างศรัทธา และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ” ทั้ง 37 อำเภอ เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
1) งานควบคุมพื้นที่ ด้วยการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร กำลังประชาชนทุกประเภท และมวลชนจิตอาสา ขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม ปฏิบัติงานตามขีดความสามารถและคุณลักษณะของแต่ละส่วนทั้งนี้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนากำลังประชาชน ให้มีขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเอง ตลอดจนรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขทุกปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพัฒนากระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ของกองกำลังตำรวจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความทันสมัยแบบสากลเพื่อการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
2) การแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นการทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดในพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ค้ายาเสพติดระดับต่าง ๆ ที่เป็นวงจรนำยาเสพติดเข้าสู่ชุมชน และเน้นการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติ ให้อภัย ใช้บทบาทของศาสนาในการลดปัญหายาเสพติด และการแพร่ระบาดยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน อีกทั้งน้อมนำการใช้ “ศาสตร์พระราชา” และยุทธศาสตร์คนดี ในการสร้างความยั่งยืนในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน
3) การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ได้ขับเคลื่อนด้วยการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งภายใต้ความแตกต่างทางด้านศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรม ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเข้าใจและความสามัคคี เกิดความตระหนัก มีความเข้าใจ ยอมรับ และเห็นในคุณค่าของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นทางออกจากความขัดแย้ง และความรุนแรง

ในมิติงานพัฒนา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีบทบาทและภารกิจในการเชื่อมโยงประสานงานเร่งรัด ผลักดันเร่งส่งเสริมการพัฒนาของทุกหน่วยงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และให้เกื้อกูลต่อการสร้างสันติสุข มีความก้าวหน้าดังนี้
1) ด้านเศรษฐกิจ เร่งรัดผลักดัน กลไก การพัฒนาเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจไร้รอยต่อ ผ่านโครงการระเบียงเศรษฐกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้บรรจุเพิ่มเติมในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาทิ ด้านการเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป ได้เร่งรัดจัดตั้งโรงงานแปรรูปมะพร้าวครบวงจร ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในต้นปี 2562 สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในทุกพื้นที่ เพื่อต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ 3 อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ให้เป็นเมืองต้นแบบ “การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน” อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ให้เป็นเมืองต้นแบบ “การค้าชายแดนระหว่างประเทศ” อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเมืองต้นแบบ “การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน”
2) ด้านการท่องเที่ยว เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการท่องเที่ยว อาทิ สนามบิน
เบตง เร่งรัดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เช่น จุดชมวิวสกายวอล์ค ไอยเวง ซึ่งจังหวัดยะลา จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2562 การพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ SME ได้ดำเนินการได้หลายมิติ อาทิ การสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงผู้ผลิต แปรรูปอย่างเป็นระบบ การส่งเสริมผู้ประกอบการด้วยการผลักดัน กระบวนการที่เกี่ยวข้องให้สะดวกและรวดเร็ว เช่น การขออนุญาต และขอใบรับรองจากส่วนราชการต่าง ๆ ผ่านศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ซึ่งจัดตั้งที่ศูนย์ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง หรือ โรงแรมชางลีเดิม โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2562 การสนับสนุนด้านการตลาดจากผู้ผลิตหรือศูนย์กระจายสินค้าต่าง ๆ เช่น ตลาดประชารัฐของจังหวัดต่าง ๆ ไปสู่ภายในและต่างประเทศ
3) ด้านสังคม ดำเนินการพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนแม่บทยุทธศาสตร์ในหลายๆด้าน เช่น การเสริมสร้างพลังทางสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาผู้สูงวัย โดยอาศัยสถาบันปอเนาะ เชื่อมโยงคนสามวัย ในชุมชน และบูรณาการความร่วมมือจากสถาบันปอเนาะ ชุมชน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ปี 2562 ดำเนินการนำร่องอำเภอละหนึ่งแห่ง
4) ด้านทรัพยากรมนุษย์ มุ่งพัฒนาด้านการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตและการเสริมสร้างสุขภาวะ เป็นต้น โดยไตรมาสแรก เริ่มขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งให้โอกาสกับเด็กที่เกิดในครอบครัวยากจนและครอบครัวที่ประสบกับเหตุการณ์ความไม่สงบได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับคนอื่นในพื้นที่ทั้ง 37 อำเภอ โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้เป็นโครงการที่ส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาของเด็กที่มีความสนใจทางด้านการกีฬาเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้นักเรียนเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี โครงการเพิ่มศักยภาพเยาวชนจากสถาบันการศึกษาสู่การแสวงหาอาชีพ เป็นโครงการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น ทุนการศึกษา CP ALL ซึ่งปีนี้ดำเนินการในระดับปริญญาตรี และระดับวิชาชีพ รวม 400 ทุน โครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียน/นักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดย มอ.ปัตตานี ร่วมกับธนาคารออมสิน เป็นต้น สำหรับการส่งเสริมสุขภาวะ ได้ขับเคลื่อนโครงการพื้นที่ปลอดหัด ชายแดนใต้ 2563 โดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการในทุกมิติ ทางด้านสาธารณสุข สถาบันการศึกษา องค์กร ทางศาสนา ซึ่งเกี่ยวข้องกับมิติความเชื่อ เพื่อวางมาตรการป้องกันสร้างภูมิคุ้มกันการระบาดของโรคหัดให้มีประสิทธิภาพ
5) ด้านการเสริมสร้าง ความเข้าใจและมีส่วนร่วม เรื่อง สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูดคุยสันติสุข ดำเนินการหลายโครงการ และหลายกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะ การสร้างทัศนคติ และความเข้าใจที่ดีกับนักศึกษาไทยในต่างแดน ซึ่งปัจจุบัน ศึกษาอยู่ใน 25 ประเทศ ประมาณ 1 หมื่นคน ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ เยี่ยมเยือนนักศึกษาไทยมุสลิมในหลายประเทศ อธิบายเรื่อง การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชี้ให้เห็นโอกาส การมีงานทำ เมื่อจบการศึกษากลับประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความหวังและทัศนคติที่ดีให้กับนักศึกษา
6) ด้านการพัฒนาเสริมความมั่นคง ตามแผน เสริมสร้างสันติสุข และตามนโยบายของ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมการทางด้านอาชีพรองรับสำหรับผู้ผ่านการบำบัดรักษา ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าในการสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านและตำบลผ่านโครงการ พนม. และตำบลสันติธรรม เพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้สอดคล้องกัน ได้บูรณาการร่วมกันในการดูแลชุมชนไทยพุทธและพระสงฆ์ และนำร่องโครงการฟื้นฟูวัดร้าง และชุมชนที่ ถดถอยในอำเภอบันนังสตา เพื่อฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ เช่น การพัฒนากุฏิ ที่พักสงฆ์ และการจัดพระสงฆ์ไปจำวัด เป็นต้น
การดำเนินการตามนโยบาย ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ให้นโยบายกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความเป็นธรรม ประจำศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ลงพื้นที่ ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ทุกครั้ง พร้อมรายงานข้อมูล หรือ ประเด็นปัญหาข้อเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้ทราบ เพื่อแก้ไขต่อไป ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง และ อำเภอรือเสาะ การบูรณาการงานในความรับผิดชอบของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเป็นระบบ ในทุกมิติ เชื่อว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2562 คุณภาพชีวิตของประชาชน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะดีขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม

—————————————

1,389 total views, 12 views today