พหุวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์โลกมุสลิม (1)

พหุวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์โลกมุสลิม

———————————-

        มุสลิม คือ ผู้นับถือศาสนาอิสลามซึ่งศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮฺ พระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงที่มีความแตกต่างและความหลากหลาย ศรัทธาต่อท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ศาสนทูตผู้ประกาศสาส์นสุดท้ายจากพระองค์อัลลอฮฺ  ﷻ สู่มนุษยชาติทุกชาติพันธุ์ สีผิว ภาษาทั่วทุกภูมิภาคของโลก นับแต่ปีค.ศ.610 และสาส์นแห่งอิสลามจะยังคงแผ่สู่ประชาคมโลกตามวิถีแห่งสันติวิธีตราบจนวันโลกาวินาศ

        ปัจจุบันมีประชากรโลกที่เป็นมุสลิมนับพันล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศต่างๆในทุกทวีป ประชาคมมุสลิมเป็นกลุ่มศาสนิกชนที่มีความหลากหลายในด้านวัฒนธรรมและการดำรงชีวิต แต่ความหลากหลายในเรื่องดังกล่าวต่างอยู่ในกรอบแห่งหลักคำสอนของศาสนาอิสลามและถูกหล่อหลอมให้มีอัตลักษณ์แบบหลากหลายในความเป็นหนึ่งเดียว (เอกภาพ+พหุวัฒนธรรมแบบมุสลิม)

        ประชาคมมุสลิมเป็นส่วนหนึ่งของประชากรโลกและอยู่ร่วมกับพหุวัฒนธรรมอื่นอย่างปกติสุขตลอดระยะเวลานับพันปีที่ผ่านมา ในกลุ่มประเทศมุสลิมสัญชาติอาหรับยังคงมีผู้นับถือศาสนาคริสต์ราว 14 ล้านคน และในกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆทั่วโลกยังคงมีศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากตราบจนทุกวันนี้ เหตุนั้นจึงเป็นข้อยืนยันได้ว่า ประชาคมมุสลิมสามารถอยู่ร่วมกับผู้คนต่างลัทธิ ศาสนา ความเชื่อ และต่างวัฒนธรรมนับแต่อดีต และผู้คนที่มิใช่มุสลิมก็สามารถอยู่ร่วมกับประชาคมมุสลิมได้ ความวุ่นวายในกลุ่มประเทศมุสลิมในช่วงทศวรรษนี้ ตลอดจนมายาคติที่ทำให้ภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมถูกมองจากชนต่างศาสนิกในเชิงลบและบิดเบือน ย่อมมิอาจทำลายข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมกับพลเมืองต่างวัฒนธรรมที่เคยอยู่ร่วมกันมาตลอดระยะเวลาพันกว่าปีที่ผ่านพ้นได้เลย

นิยาม : สังคมพหุวัฒนธรรม

สังคม หมายถึง คนจำนวนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันตามระเบียบกฏเกณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน

พหุ หมายถึง มาก, มากกว่าหนึ่ง, หลากหลาย

          วัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่ทำให้เจริญงอกงามแก่หมู่คณะ, วิถีชีวิตของหมู่คณะ ทางวิทยาการ หมายถึง พฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมู่ผลิตสร้างขึ้นด้วยการเรียนรู้จากกันและกัน และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน

          สังคมพหุวัฒนธรรม จึงหมายถึง ประชาคมที่มีความสัมพันธ์และความเกี่ยวเนื่องในระหว่างกันโดยประชาคมนั้นมีวิถีชีวิตของกลุ่มชนที่หลากหลาย มีการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ความเจริญงอกงามในระหว่างกัน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ การใช้สอยและมีวัตถุประสงค์สำคัญร่วมกัน

 

อัลกุรอาน : องค์ความรู้ในเชิงพหุวัฒนธรรม

          คัมภีร์อัล-กุรอาน คือพระดำรัสของพระองค์อัลลอฮฺ ﷻ ซึ่งประกาศว่ามนุษยชาติมีต้นกำเนิดจากอาดัมและหะวาอฺผู้เป็นปฐมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินโลก และกลายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย และความหลากหลายของชาติพันธุ์มนุษย์เป็นบ่อเกิดของพหุวัฒนธรรม เมื่อพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์มีความเจริญและมีการแผ่ขยายมากขึ้นตามลำดับโดยเป้าหมายในการกำหนดให้มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และพหุวัฒนธรรมคือการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันในระหว่างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ซึ่งต่างชาติพันธุ์ ต่างวัฒนธรรม และต่างวิถีการดำเนินชีวิตจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสัมฤทธิผลได้ตามเจตนารมณ์ของพระผู้ทรงสร้าง จำต้องมีองค์ประกอบดังนี้

 (1) องค์ความรู้ (มะอฺริฟะฮฺ) เกี่ยวกับความหลากหลายของพหุวัฒนธรรมซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลายของชาติพันธุ์และพัฒนาการของสังคมมนุษย์

(2) การยอมรับ (อัล-อิอฺติรอฟ) ในความหลากหลายและความแตกต่างของกลุ่มวัฒนธรรมในความเป็นชาติพันธุ์ที่มีความต่างในด้านกายภาพ (ญิสมานียฺ) และจิตภาพ (รูหานียฺ)

(3) ขนบธรรมเนียมและจารีต (อัล-อุรฟ์) ของแต่ละกลุ่มวัฒนธรรมซึ่งมีพัฒนาการในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง ตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม อันเป็นเนื้อหาในการเรียนรู้ การทำความเข้าใจ และการและเปลี่ยนในระหว่างกัน

(4) การทำความรู้จักในระหว่างกัน (อัต-ตะอารุฟ) โดยผ่านกระบวนการปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกและการสร้างสรรค์ ตลอดจนการสานเสวนาแบบสันติวิธี องค์ประกอบทั้ง 4 ประการถูกประมวลอยู่ในถ้อยความที่ว่า “เพื่อที่สูเจ้าจะได้เรียนรู้และทำความรู้จักซึ่งกันและกัน” ดังที่อัล-กุรอานได้ระบุว่า:

﴾ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنَّا خَلَقْنَـٰكُم مِّن ذَكَرٍ وَأُنثَىٰ وَجَعَلْنَـٰكُمْ شُعُوبًا وَقَبَآئِلَ لِتَعَارَفُوٓا۟ ۚ إِنَّ أَكْرَمَكُمْ عِندَ ٱللَّـهِ أَتْقَىٰكُمْ ﴿

 الحجرات : ١٣

“โอ้ มนุษยชาติ แท้จริงเราได้สร้างสูเจ้าจากชายและหญิง และเราได้บันดาลให้สูเจ้าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าเพื่อที่สูเจ้าจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติมากที่สุดของสูเจ้า ณ พระองค์อัลลอฮฺคือผู้ที่สังวรตนมากที่สุดของสูเจ้า แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺนั้นทรงรู้ยิ่ง อีกทั้งทรงทราบยิ่ง”

(บทอัล-หุญุรอต: 13)

﴾ لِكُلٍّۢ جَعَلْنَا مِنكُمْ شِرْعَةً وَمِنْهَاجًا ۚ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّـهُ لَجَعَلَكُمْ أُمَّةً وَٰحِدَةً وَلَـٰكِن لِّيَبْلُوَكُمْ فِى مَآ ءَاتَىٰكُمْ ۖ فَٱسْتَبِقُوا۟ ٱلْخَيْرَٰتِ ۚ إِلَى ٱللَّـهِ مَرْجِعُكُمْ جَمِيعًا فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿

المائدة : ٤٨

“สำหรับทั้งหมดจากสูเจ้า เราได้วางบัญญัติและมรรคาอันชัดแจ้งไว้แล้ว และหากว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงมีพระประสงค์แล้วไซร้ พระองค์ย่อมทรงบันดาลให้สูเจ้าเป็นประชาคมเดียวกัน แต่ (ที่สูเจ้ามีความแตกต่างกันในการถือตามบัญญัติและมรรคานั้น) เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงทดสอบสูเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทรงนำ (สิ่งนั้น) มายังสูเจ้า ดังนั้นสูเจ้าจงแข่งกันใน (การประกอบ) คุณงามความดีเถิด ยังอัลลอฮฺคือที่กลับคืนของสูเจ้าทั้งหมด แล้วพระองค์จะทรงบอกสูเจ้าถึงสิ่งที่สูเจ้าเคยมีความแตกต่างกันในสิ่งนั้น”

(อัล-มาอิดะฮฺ : 48)

          ในศาสนาอิสลามมีหลักคำสอนที่บ่งถึงการยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายในเชิงพหุวัฒนธรรมทั้งในด้านกายภาพ พฤติกรรม ความเชื่อ และวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนซึ่งทั้งหมดเป็นเผ่าพันธุ์ของอาดัม (อะลัยฮิสลาม)

———————————————————-

ทีมา alisuasaming.org

 

1,938 total views, 3 views today