สายน้ำของพ่อ ณ บ้านฉัน (21/08/62)

         สายน้ำของพ่อ ณ บ้านฉัน

บ่ายแก่ๆ แสงจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าเริ่มอ่อนตัวลง ผมออกเดินทางจากจังหวัดยะลา มุ่งหน้าสู่บ้านไทยสุข ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บ้านเกิด ด้วยอาการไม่ค่อยสู้ดีจากอุบัติเหตุรถชนเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ไม้เท้าคู่งาม 2 ข้าง ทำหน้าที่แทนขาอีกข้างที่กระดูกร้าวเดินไม่ได้เป็นอย่างดี ข้อมือข้างซ้ายที่หักก็อ่อนแรงออกกำลังได้ยังไม่มากนัก ผมเดินขากระเผลกๆ ผ่านสายตาผู้คนมากมายบนสถานีรถไฟยะลาที่ต่างหันมามองเสมือนผมเป็นคนแปลกหน้ายังไงก็อย่างนั้น แม้ร่างกายจะยังไม่พร้อมสำหรับการเดินทาง แต่ผมต้องมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดให้จงได้ ด้วยภารกิจที่จะต้องบรรจงตัวอักษรในงานเขียนเรื่องราวของบ้านเกิด โดยผมอยากได้บรรยากาศของการได้กลับมาอยู่ท่ามกลางอุ่นไอและการระลึกถึงความหลังจริงๆ

นุกูล สุขแสง (ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไทยสุข)

            เกือบ 1 เดือน ที่ไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องพักฟื้นรักษาตัวอยู่ที่บ้านภรรยาในตัวเมืองยะลา กลับมาคราวนี้ บรรยากาศยังคงเป็นบ้านไทยสุขที่คุ้นเคย ผมทักทายลูกค้าที่มานั่งดื่มน้ำชาที่บ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านน้ำชาและขายของชำเล็กๆ เป็นกิจการที่พ่อแม่ใช้หล่อเลี้ยงครอบครัวมานานพอควร วันนี้ก็เหมือนทุกๆ วัน ร้านน้ำชาเป็นสถานที่ตั้งวงสนทนา สภากาแฟ พูดคุยสัพเพเหระ ทันทีที่ทักทายกับทุกคนที่คุ้นเคยกันดีเสร็จแล้ว ผมไม่รอช้า ชวนน้องสาวไปบ้าน “พี่นุกูล” หรือ นุกูล สุขแสง (ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไทยสุข) ซึ่งอยู่อีกชุมชนหนึ่งที่เป็นชุมชนไทยพุทธ พูดคุยเรื่องราว “อ่างเก็บน้ำอัยปาโจ” ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9

           ผมเริ่มต้นพูดคุยกับพี่นุกูลด้วยการให้เล่าถึงประวัติหมู่บ้านแห่งนี้ ด้วยความพร้อมและบทบาทการทำหน้าที่แนะนำประวัติหมู่บ้านเมื่อมีผู้มาเยือนของพี่นุกูล พี่นุกูลจึงไม่รอช้าที่จะเท้าความว่า “เดิมทีบ้านไทยสุข เป็นชุมชุนบ้านกีเยาะและบ้านบาห์โร ชื่อของชุมชนบ้านกีเยาะ เนื่องจากบริเวณนี้เมื่อสมัยก่อนมีสระน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านชอบไปอาบน้ำในสระ ซึ่งการว่ายน้ำในรูปแบบที่ทำให้ตัวลอยอยู่กับที่ในน้ำได้นั้นชาวบ้านเรียกว่า “กีเยาะ” ทำให้บริเวณชุมชนนี้ชาวบ้านสมัยนั้นเรียกว่า “บ้านกีเยาะ” ส่วนบ้านบาห์โร เป็นชื่อที่เพื้ยนมาจากคำว่าบ้านบารู (หมู่บ้านใหม่ในสมัยนั้นเมื่อประมาณ 100 กว่าปี) ผู้อาวุโสสมัยนั้นไม่อยากให้ซ้ำกับชื่อหมู่บ้านอื่น จึงได้ตั้งชื่อเป็นบ้านบาห์โร หลังจากนั้นมีคนไทยพุทธ 2 สามีภรรยา ได้มาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านกีเยาะ แล้วก็มีพระมาธุดงค์อยู่บริเวณนั้นด้วย คนไทยพุทธที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็เข้ามาอยู่ ทำให้มีคนไทยพุทธเพิ่มมากขึ้น จึงได้สร้างวัดที่ชื่อว่า “วัดชนาราม” และเรียกตัวเองว่า “บ้านในวัด” หลังจากนั้นในปี 2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ได้เสด็จมาให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่และพระราชทานชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านไทยสุข”

           ผมร้องอ่ออออ ! เป็นอย่างนี้นี่เอง ประวัติหมู่บ้านที่ผมสงสัยมานานว่ามีที่มาที่ไปยังไง รู้แต่เพียงว่าชื่อ “หมู่บ้านไทยสุข” นั้นเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง โดยปัจจุบันบ้านไทยสุขเป็นหมู่บ้าน “พหุวัฒนธรรม” ที่มีชาวบ้าน 2 ศาสนา (พุทธ-อิสลาม) อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความรักใคร่กลมเกลียว ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 8 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ประกอบไปด้วย 3 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านกีเยาะ ชุมชนบ้านบาห์โร และชุมชนบ้านในวัด (วัดชนาราม)

          พี่นุกูลเล่าจบพลางหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม สีหน้าสดใสที่ได้ทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลของบ้านเกิดให้ชนรุ่นหลังอย่างผมได้รับรู้ พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ผมรีบยิงคำถามเรื่อง “อ่างเก็บน้ำอัยปาโจ” (คนที่นี่และหมู่บ้านใกล้ๆ จะรู้จักในชื่อ “ปาโจบาห์โร”) ต่อ พี่นุกูลเล่าว่า “อ่างเก็บน้ำอัยปาโจเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งชาวบ้านได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาฯ ไว้เมื่อตอนที่พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมชาวบ้านไทยสุข เมื่อปี 2541 เมื่อชาวบ้านขอพร้อมบอกถึงความเดือดร้อนในเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ พระองค์ท่านก็ได้ให้ชาวบ้านไปชี้ว่ามีแหล่งน้ำอยู่หรือเปล่า หลังจากนั้นพระองค์ก็ได้ให้กรมชลประทานก่อสร้างขึ้น เพื่อเป็นแหล่งน้ำใช้ทำการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ในเขต ต.ลาโละ โดยกรมชลประทานได้ดำเนินก่อสร้างจนแล้วเสร็จในปี 2545”

              บทสนทนาชะงักไว้ชั่วครู่ เมื่อพี่นุกูลยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ก่อนที่จะเสริมต่ออีกว่า “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวบ้านจริงๆ เพราะปัจจุบันอ่างเก็บน้ำแห่งนี้สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้มากกว่า 400 ครัวเรือนให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในพื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ได้ตลอดทั้งปี และมีทางเลือกในการประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

             พี่นุกูลเล่าถึงตรงนี้ ผมจึงสัมผัสได้ถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้ในทันที เพราะทุกวันนี้บ้านผมเองก็ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำของพระองค์นี่แหละครับในการใช้ในครัวเรือน พ่อผมขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาดไม่ใหญ่มากนักไว้ที่หลังบ้าน และมีแปลงเกษตรไว้ใช้ทานในครอบครัวอีกนิดหน่อย ก็ใช้น้ำจากอ่างน้ำนี้เหมือนกัน ซึ่งส่งต่อผ่านท่อ PVC แห่งความห่วงใยจากพระองค์จากอ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ปัจจุบันปูถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากข้างล่างหมู่บ้านไปถึงอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรได้สะดวกแล้ว (ต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อน ที่พระองค์ทรงเสด็จฯ ซึ่งยังเป็นถนนลูกรังดินแดงที่เวลาฝนตกลงมาเดินทางลำบากมาก แต่พระองค์ก็เสด็จฯ ไปถึง)

           พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เป็นสัญญาณบอกว่าภารกิจการพูดคุยระหว่างผมกับพี่นุกูลจะต้องจบลง ซึ่งผมเองก็ได้รับข้อมูลอย่างที่คาดหวังครบถ้วนแล้ว ก่อนแยกย้ายกันไป เราจึงสนทนาเคล้าคลอตามประสาเพื่อนร่วมบ้านเกิดอีกนิดหน่อย ผมเสนอไอเดียกับพี่นุกูลว่า อีก 3 ปี (ในปี 2565) อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีอายุครบ 20 ปีพอดี เราน่าจะมีกิจกรรมเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพวกเรา อาจจะใช้ชื่อกิจกรรมว่า “2 ทศวรรษ สายน้ำของพ่อ” พี่นุกูลก็เห็นดีเห็นงามพร้อมแสดงสีหน้าออกอาการดีใจอย่างมีความหวังในทันที เราจบบทสนทนาไว้เพียงเท่านี้ด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพของคนบ้านเดียวกัน แม้จะนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน ผมยกมือไหว้พี่นุกูลเป็นการขอบคุณ ก่อนจะลาและขึ้นรถกับน้องสาวกลับบ้านไปอย่างลืมอาการเจ็บปวดที่ข้อเท้าและข้อมือของตัวเองไปเลย

เปาะลงเซ็ง

             ก่อนตะวันลับขอบฟ้า ผมให้น้องสาวขับรถไปเจอกับ “เปาะลงเซ็ง” ปราชญ์ชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่คลุกคลีกับอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นกิจวัตร ซึ่งกำลังลับมีดพร้าอย่างขะมักเขม้นบนบ้านที่เป็นกระต๊อบไม้เก่าๆ ที่ทั้งผุและพังตามอายุการใช้งาน เปาะลงเซ็งเล่าให้ผมฟังว่า “ทุกวันนี้อ่างเก็บน้ำนี้ นอกจากจะทำให้ชาวบ้านที่นี่มีน้ำดื่มน้ำใช้แล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านสามารถมาตกปลาจากอ่างเก็บน้ำเพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับครอบครัว เป็นที่จับปลาสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน” นับว่าอ่างเก็บน้ำอัยปาโจบ้านไทยสุขแห่งนี้เป็น “สายน้ำของพ่อ” ที่มีความหมายกับบ้านผมอย่างแท้จริง

——————————

483 total views, 3 views today