ปลดล๊อคความกลัวนราธิวาส ไม่ยากอย่างที่คิด (ตอนที่ 1) 12/07/62

ปลดล๊อคความกลัวนราธิวาส ไม่ยากอย่างที่คิด (ตอนที่ 1)

         “น่ากลัว ไม่กล้าไป” “ไกลจัง” “มีอะไรให้เที่ยวเหรอ” “ไปยาก ไม่ค่อยมีข้อมูล” เป็นความรู้สึกที่หลายคนมีต่อ “นราธิวาส” ซึ่งตัวเราเองก่อนเดินทางมาจังหวัดนี้ ก็มีความคิดไม่ต่างไปจากนี้นัก คือ กลัวไม่กล้าไป ตัดแค่ความคิดเรื่อง “ไกลจัง” กับ “มีอะไรให้เที่ยวออกไป” เพราะถึงแม้จะไกลแต่มีเครื่องบินไปถึง ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงครึ่งไม่ต่างจากนั่งไปเชียงใหม่ เชียงราย ส่วนมีอะไรให้เที่ยวบ้าง มีมากมายลิสต์สถานที่ทั้งเที่ยว กิน แบบอัดแน่นมาก จนเพื่อนร่วมทางถามว่าจะแวะกันหมดเหรอ “ไปยากไม่มีข้อมูลเลย” อันนี้ใช่เลยเพราะข้อมูลโดยเฉพาะเรื่องการเดินทางในนราธิวาส ถ้าไปเองเท่าที่ค้นหา คือ มีน้อยมาก ที่เห็นส่วนใหญ่มีแต่ที่เที่ยวแต่ไม่ลงลึกเรื่องการเดินทาง ถ้าให้เดินทางไปเองและแวะเที่ยวตรงนั้นตรงนี้จะยากหน่อย ทำให้รู้สึกห่างไกลจากจังหวัดนี้ยิ่งขึ้นไปอีก แต่หลังจากที่ได้เดินทางไปนราธิวาสด้วยตัวเอง เหมือนเป็นการปลดล๊อคทุกความคิดที่มีต่อจังหวัดนี้ เอ้ย !!! นราธิวาสไม่ได้น่ากลัว ไม่ได้เที่ยวยากอย่างที่คิด แต่ยังไม่ต้องเชื่อก็ได้ ถ้ายังไม่ได้อ่านรีวิวนี้จนจบ

วันแรก เที่ยวในตัวเมืองนราธิวาสและอำเภอใกล้เคียง 12.30 น. ถึงนราธิวาส
            การเดินทางมานราธิวาสสามารถเดินทางได้หลายแบบ ทั้งนั่งรถไฟ นั่งรถทัวร์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะถึง เพื่อความสะดวกรวดเร็วเราเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน เพราะใช้เวลาแค่เพียงชั่วโมงครึ่ง โดยเที่ยวบินมานราธิวาสมีวันละ 2 รอบ คือ สายการบินแอร์เอเชียมาถึงเวลาเที่ยงครึ่ง และไทยสไมล์ มาถึงเวลาสี่โมงครึ่ง เราเลือกเดินทางโดยแอร์เอเชียเพราะมาถึงเร็วกว่า จากสนามบินมีรถโดยสารให้บริการไปส่งยังอำเภอหลักๆได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก สำหรับรายละเอียดราคาและเส้นทางสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://bit.ly/2HO9Bav ส่วนใครที่จะเช่ารถขับเองนั้นขณะนี้ ยังไม่มีบริการรถเช่าที่สนามบิน หากต้องการใช้รถส่วนตัวต้องเช่ามาจากจังหวัดอื่นแล้วขับมาเองอย่างเช่น เช่าจากหาดใหญ่ ยะลาหรือปัตตานี แต่ที่นราธิวาสมีบริการรถตู้นำเที่ยวให้เช่าพร้อมคนขับโดยคิดราคาวันละ 2500 บาท (รวมน้ำมันแล้ว)เหมาะสำหรับเที่ยวเป็นหมู่คณะ หรือไม่หมู่คณะแต่ไม่เกี่ยงเรื่องงบ เน้นความสะดวกเพราะมีคนในพื้นที่ขับพาเที่ยว ราคานี้เน้นพาเที่ยวในตัวเมืองและอำเภอตากใบ สุไหงโกลก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในสามอำเภอนี้ ส่วนอำเภออื่นต้องสอบถามราคาอีกครั้ง สามารถติดต่อได้ที่บริษัทดี ดี ทัวร์ ซึ่งให้บริการรถโดยสารรับส่งจากสนามบินและรถตู้นำเที่ยวในนราธิวาสโดยตรง โทร 089 655 0557 (พี่ดี)

           การเดินทางท่องเที่ยวในนราธิวาส สามารถแบ่งเส้นทางท่องเที่ยวหลักซึ่งเป็นที่นิยมซึ่งจะตั้งอยู่ใน 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง + บาเจาะ สามารถเที่ยวได้ในหนึ่งวัน ต่อด้วยเที่ยวในอำเภอตากใบใช้เวลาเพียงครึ่งวัน อีกครึ่งวันไปต่อยังอำเภอสุไหงโกลก และอีกวัน คือไป อำเภอสุคิริน ซึ่งใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ก็เที่ยวได้เกือบครบทั้งหมด แต่ถ้าใครมีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ก็ตัดสถานที่บางแห่งออกไปได้ตามความชอบ เช่น เที่ยวแค่ในตัวเมือง ตากใบ สุไหงโกลก ใช้เวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ก็เที่ยวได้ หรือถ้าจะไปสุคิรินอย่างเดียว 2 วัน 1 คืน ก็ไปได้ แต่เราเน้นเที่ยวแบบจัดเต็ม มาทั้งทีต้องเก็บให้ครบ 3 วัน 2 คืน ไปเลยค่ะ สำหรับเราการเดินทางท่องเที่ยวนราธิวาสไปกันเองผู้หญิง 2 คน จากกรุงเทพก็กล้าที่จะไป โดยใช้รถส่วนตัวของคนรู้จักในพื้นที่ใกล้เคียงขับเที่ยวซึ่งเป็นบุรุษอีกหนึ่งคน รวมเป็น 3 คน เรียกว่าพวกเราผู้ซึ่งไม่เคยมานราธิวาสกันมาก่อนเลย ขับรถเที่ยวกันเองโดยลิสต์สถานที่มาล่วงหน้า ขับตาม google maps แบบสบายๆ จากสนามบินใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็มาถึงตัวเมืองนราธิวาส ภาพของบรรยากาศในตัวเมืองเห็นครั้งแรก จากภาพในหัวที่คิดว่าต้องมีด่านตรวจเยอะ ต้องมีทหารยืนเฝ้าเต็มไปหมด แต่ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ แทบไม่มีด่าน แทบไม่เห็นทหาร กลายเป็นว่าราบเรียบสงบมาก ยังคุยกับเพื่อนร่วมทางว่า “น่ากลัวตรงไหนเนี่ย บ้านเมืองเค้าดูโอเค ดูชิลๆ ดีออก ผู้คนก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ ถนนหนทางกว้างขวาง” เริ่มรู้สึกผ่อนคลายจากความกลัวไปได้อีกหนึ่งสเตป

13.00 น. มื้อเที่ยง ร้านมันตรา
          จุดหมายแรก ต้องหาอะไรทานให้อิ่มท้องก่อน มุ่งหน้าไปที่ ร้านมันตรา ใจกลางเมืองนราธิวาส ลักษณะร้านเป็นตึกห้องแถวเก่าแก่คลาสิค ที่นำมาตกแต่งใหม่ ร้านตั้งอยู่ติดปากอ่าวที่เป็นทางออกของแม่น้ำบางนรามาบรรจบกับทะเล ทำให้บรรยากาศดีมาก สามารถนั่งรับลมทะเลชิลๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องประชุมห้องใหญ่ที่รองรับการสัมมนาและงานเลี้ยงได้ค่ะ ห้องนี้มีคาราโอเกะด้วยนะคะ ซึ่งต้องจองห้องล่วงหน้า เมนูของร้านมีหลากหลาย ทั้งอาหารไทยและอาหารพื้นถิ่นเป็นอาหารใต้
เมนูแนะนำ เช่น ปลากระพงทอดมาอย่างกรอบราดยำน้ำบูดูกลิ่นหอมแตะจมูก โรยหน้าด้วยถึงเครื่องสมุนไพร ทั้งตะไคร้ใบมะกรูด หัวหอม เสริฟพร้อมผักเครื่องเคียง เมนูนี้เอาใจไปเลยอร่อยมาก ต่อด้วยยำปลากุเลาเค็มทอด ของดีเมืองนรา รสชาติคล้ายปลาอินทรีย์เค็ม แต่เนื่อจะแน่นกว่า โรยหน้าด้วยผักยำอย่างหัวหอมและพริก บีบมะนาวลองไปนิดหน่อย ข้าวสองจานอาจหมดได้ พลาดไม่ได้กับอีกเมนูเมื่อมาเยือนแดนใต้ ผัดสะตอกุ้งสด คลุกเคล้ามากับกะปิอย่างหอม สะตอลูกใหญ่ ใส่หอมใหญ่กระเทียมดอง น้ำผัดกลมกล่อม ตบท้ายด้วยแกงส้มปลากระบอก ที่รสชาติของน้ำแกงนั้นจัดจ้านตามแบบฉบับแกงใต้ขนานแท้ ร้านมันตรา ที่อยู่: ตำบล บางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส นราธิวาส 96000 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. -22.00 น.โทร 073 516 747

14.00 น. ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ + พระพิฆเณศเมืองนราธิวาส
          จากร้านอาหารมันตราใช้เวลาไม่กี่นาที ก็มาถึง ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของชาวจีนในตัว จ.นราธิวาส เดิมเป็นศาลไม้เก่าแก่ อายุประมาณ 40 ปี คนไทยเชื้อสายจีนที่ได้มาอาศัยอยู่ใน จ.นราธิวาส ที่มีความศรัทธาต่อองค์เทพเจ้าจีน จึงได้สร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อประกอบพิธีมงคลต่างๆ และให้ลูกหลานกราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ที่แปลกไปจากศาลเจ้าอื่นๆ คือ ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ มีเจ้าที่หรือเจ้าศาล เป็น “หัวมังกรคาบแก้ว” ซึ่งมีลำตัวใหญ่ยาวมาก คอยปกปักรักษาดูแลลูกหลานชาวไทยโดยแต่ละวันจะมีคนมากราบไหว้บนบานศาลกล่าวขอพรเป็นประจำ

ภายในศาลเจ้าได้จัดจำลองรูปเหมือนองค์เทพเจ้าหลายองค์ อาทิ พระยูไล พระอรหันต์จี้กง เทพเจ้ากวนอู เจ้าพ่อเสือ องค์เห้งเจีย เจ้าแม่กวนอิม บริเวณฝาผนังมีภาพปูนปั้นที่สวยงามมาก เป็นปูนปั้นองค์เทพเจ้าต่างๆ เป็นการปั้นของช่างชาวจีนในสมัยก่อนโดยไม่ได้ใช้แม่พิมพ์ แต่เป็นการปั้นขึ้นจากจินตนาการของช่าง รวมทั้งเสามังกรปูนปั้น แบบปั้นมือโดยเป็นจินตนาการของช่างซึ่งหาดูได้ยาก ส่วนผนังภายนอกเป็นปูนปั้นบอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมจีน ตามตำนานพงศาวดารจีน มีความวิจิตรสวยงามมาก ซึ่งหาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน ติดกับศาลเจ้าสร้างเป็นพื้นที่ติด เป็นที่ตั้งของ พระพิฆเณศเมืองนราธิวาส เทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญกําลังใจให้กับผู้เลื่อมใสศรัทธา ผู้ที่ได้สักการะบูชาถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ประติมากรรมพระพิฆเนศ ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปะ ความเมตตา และความสําเร็จ การสร้างเกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาของชาวนราธิวาส โดยมีลักษณะเป็นเทวรูปประทับนั่งในท่าลลิตาสนะ สวมศิลาภรณ์ (มงกุฎ) ประดับโมเสกแก้วหลากหลายสี ห่มพัตราภรณ์ ลักษณะนุ่งแบบอินเดีย มีแท่นประทับอยู่บนดอกบัว ขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 16 เมตร มี 4 กร ภายในเทวสถานมีวิหารหนุมานและวิหารไสบาบา ซึ่งในปัจจุบันกำลังบูรณะซ่อมแซมใหม่

14.30 น. พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล
          มาถึงนราธิวาส ต้องไม่พลาดสถานที่สำคัญ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ห่างจากตัวเมืองนราธิวาส 9 กิโลเมตร พระพุทธรูปทักษิณมิ่งมงคลสีทองปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา เป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีพุทธลักษณะตามแบบศิลปะสกุลช่างอินเดียตอนใต้ องค์พระเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกสีทอง หน้าตักกว้าง 17 เมตร ความสูงวัดจากพระเกศบัวตูมถึงบัวใต้พระเพลา 24 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกของอ่าวไทย องค์พระพุทธทักษิณมิ่งมงคลได้ประดิษฐานอย่างมั่นคงคู่กับจังหวัดนราธิวาส และดินแดนภาคใต้ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจ และเป็นที่สักการบูชาอย่างสูงของชาวพุทธในดินแดนภาคใต้

ประวัติความเป็นมาในการก่อสร้างพระพุทธทักษิณมิ่งมงคลขึ้นบนยอดเขากงนี้ ด้วยสาเหตุว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพุทธสถานมาตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยมีการค้นพบหลักฐานที่เป็นซากโบราณสถานอันเป็นส่วนประกอบของเจดีย์พร้อมทั้งเศียรพระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายานรวมทั้งโบราณวัตถุมากมาย ดังนั้นบรรดาพุทธบริษัท ทั้งหลายจึงรวมใจกันสร้างองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่บนยอดเขากง เพื่อให้เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ในบริเวณเดียวกัน มี เจดีย์สิริมหามายา ทรงระฆังเหนือซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศมีเจดีย์รายประดับอยู่ ภายในประดิษฐานพระพรหม บนยอดสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์

15.00 น. มัสยิดวาดีลฮูเซ็น มัสยิด 300 ปี
          จุดหมายต่อไปพิมพ์ลงใน google maps เราจะไป มัสยิดวาดีลฮูเซ็น หรืออีกชื่อหนึ่งคือ มัสยิด 300 ปี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารไม้ตะเคียนทั้งหลัง ผสมผสานศิลปะไทย จีน และมลายูเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ สถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์วัฒนธรรมทางศาสนา และมีสถาปัตยกรรมอันสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ผ่านกาลเวลามายาวนานนับร้อยปี สร้างขึ้นโดยนายวันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2167

เริ่มแรกสร้างหลังคามุงใบลาน ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา ลักษณะของมัสยิดมีความแตกต่างจากมัสยิดทั่วไป คือเป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง สถาปัตยกรรมของมัสยิด 300 ปี สร้างแบบศิลปะไทยพื้นเมืองประยุกต์ ผสมผสานศิลปะแบบจีน และมลายู เป็นอาคาร 2 หลังติดกัน มีเสาไม้ 26 ต้น เสามีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ฝาประกบหน้าต่างทำด้วยไม้ทั้งแผง แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างหลังคาทั้ง 2 หลัง ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยมัสยิดหลังแรก มีหลังคาทั้งหมด 3 ชั้น มุงด้วยกระเบี้องดินเผาหลังคาชั้นที่ 3 มีโดมเป็นเก๋งจีนอยู่บนหลังคา เป็นศิลปะแบบจีนแท้ เสาแกะสลักเป็นรูปดอกพิกุล ในสมัยนั้นเก๋งจีนจะใช้เป็นหออาซาน (สำหรับตะโกนเรียกคนมาละหมาด)ส่วนมัสยิดหลังที่ 2 มีหลังคา 2 ชั้นมุงด้วยกระเบื้องดินเผา หลังคาชั้นที่ 2 มีจั่วอยู่บนหลังคาชั้นแรกมีฐานดอกพิกุลหงายรองรับจั่วหลังคาอีกชั้นหนึ่ง

16.00 น. น้ำตกบาโจ
           อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด อยู่ในคำขวัญของนราธิวาส ตั้งอยู่ในอำเภอบาเจาะ ไม่ไกลจากมัสยิด 300 ปี น้ำตกปาโจ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของผืนป่าบูโดที่มีน้ำตลอดปี แต่ในหน้าแล้งน้ำค่อนข้างน้อย ตัวน้ำตกมี 4 ชั้น ชั้นแรกมีขนาดใหญ่และสวยที่สุด มีสายน้ำไหลตกจากลานผาหินกว้าง สูง 60 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยาน มีเส้นทางเดินไปยังน้ำตกบาโจ ประมาณ 300 เมตร เป็นเส้นทางเดินปูนที่ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้เขียวขจี เมื่อใกล้ถึงตัวน้ำตกมีการจัดทำสะพานไม้เป็นทางเดินทอดยาว ระหว่างทางมีจุดพักชมวิว ที่สามารถยืนมองน้ำตกได้ในอีกมุมหนึ่ง แต่ละชั้นจะมีกระแสน้ำไหลลัดเลาะมาตามก้อนหินเล็กใหญ่ และมีแอ่งน้ำขังขนาดใหญ่ให้ได้เลือกเล่นน้ำตามใจชอบ น้ำตกชั้นที่ 1 ได้รับความนิยมและสวยงามที่สุด มีสายน้ำที่ไหลจากผาสูงประมาณ 60 เมตร มาเที่ยวในช่วงฤดูแล้งน้ำค่อนข้างน้อย จินตนาการว่าถ้าช่วงฤดูฝน มีน้ำเยอะกว่านี้คงสวยมาก บริเวณตัวน้ำตกมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่จารึกลายพระหัตถ์พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และพระนามาภิไธยสิริกิติ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งเคยเสด็จมาเที่ยวน้ำตกปาโจ

จุดสนใจอีกอย่างหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้คือ ใบไม้สีทอง พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในโลกที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ใบไม้สีทองเป็นไม้เลื้อย มีลักษณะใบคล้ายใบชงโคหรือใบเสี้ยว แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก บางใบใหญ่กว่าฝ่ามือเสียอีก มีขอบหยักเว้าเข้าทั้งที่โคนใบ และปลายใบ ลักษณะคล้ายวงรีสองอันอยู่ติดกัน ทุกส่วนของใบจะปกคลุมด้วยขนกำมะหยี่เนียนนุ่ม มีสีทองหรือสีทองแดงเหลือบรุ้งเป็นประกายงดงามยามต้องแสงอาทิตย์ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล สามารถพบเห็นได้บริเวณด้านหน้าของน้ำตก

17.00 น. พักผ่อนยังที่พัก ใจดีจริง จริง
เที่ยวกันมาทั้งวัน เริ่มเหนื่อยล้า เดินทางกลับเข้าไปยังตัวเมือง เพื่อไปยังที่พัก ใจดีจริง จริง ที่พักน่ารักสุดทันสมัย ใจกลางเมืองนราธิวาส ความโดดเด่นของที่นี่คือ การตกแต่งภายในห้องพัก ที่ไม่ซ้ำกันมีทั้งหมด ถึง 9 สไตล์ ทั้ง ห้อง Modern Loft ห้องทะเล ภูเขา ห้องป่าลึก ห้องการ์ตูนอย่าง Mr.Simpson เอาใจผู้ที่ชื่นชอบห้องแบบการ์ตูน แถมมีคาเฟ่ด้านหน้าสำหรับนั่งชิลจิบเครื่องดื่ม ชื่อว่า คาเฟ่ใจใส บอกตามตรงไม่คิดว่านราธิวาสจะมีที่พักทันสมัยเก๋ๆแบบนี้ด้วยน่าจะเป็นเพียงแห่งเดียวที่ออกแนวชิคแบบนี้ เพราะเท่าที่ค้นหาที่พักจะเจอแต่โรงแรมที่สร้างมานาน ในรูปแบบเดิมหรือไม่ก็โรงแรมขนาดเล็กที่ตกแต่งดูธรรมดา

โลเคชั่นของที่พักอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจาก ร พ นราธิวาส ห้องพักยังใหม่เพราะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ด้านหน้าที่พัก เป็นที่ตั้งของ คาเฟ่ใจใส ซึ่งตกแต่งในสไตล์ลอฟต์แฝงไปด้วยความเท่ ทั้งปูนเปือย ผนังปูน โต๊ะเก้าอี้ และของประดับต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีความเขียวขจีของไม้เลื้อยและไม้แขวนประดับต่างๆ ที่ทำให้บรรยากาศมีความสดชื่นขึ้น ให้บริการทั้งเครื่องดื่ม เบอเกอรี่ รสชาติดี ถึงแม้ไม่ได้มาพัก ก็แวะมานั่งเล่นและจิบเครื่องดื่ม เท่าที่เห็นร้านกาแฟในเมืองนราธิวาส ร้านนี้น่าจะตกแต่งได้ทันสมัยน่านั่งสุด ส่วนห้องพักอยู่ถัดออกไปจากคาเฟ่ เป็นตึกปูนสองชั้น ซึ่งในเวลานี้มีห้องพักให้บริการทั้งหมด 9 ห้อง ต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือก ตามตีมเราเลือกพักห้อง Modern Loft ห้องสะอาดกว้างขวางมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในราคาแค่คืนละ 700 บาท เท่านั้น ความน่ารักของโรงแรมนี้ใจดีสมชื่อ เพราะมีตู้เย็นส่วนกลางที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า มีน้ำอัดลม น้ำผลไม้ และขนม ให้หยิบทานฟรีได้ตลอด ห้องพักแบบอื่น นำภาพจากเพจของที่พักมาให้ชมกัน หากมาเที่ยวนราธิวาส กำลังมองหาที่พักในราคาไม่แพง ตกแต่งดี สะอาด แนะนำโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่เหมาะมาก รายละเอียดติดต่อ ติดตามได้ที่เพจของที่พัก คลิ๊ก ใจดีจริงๆ จริง & คาเฟ่ใจใส นราธิวาส คาเฟ่ใจใส เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 20:00 น.

19.00 น. ภัตตาคารมังกรทอง
           มื้อค่ำเราไปหาอะไรทานกันที่ร้านอาหารเก่าแก่ ที่อยู่คู่ จ.นราธิวาสมายาวนาน บรรยากาศริมน้ำบางนรา ร้านตกแต่งแนวจีนร่วมสมัย ทราบมาว่าเป็นร้านอาหารในเครือเดียวกับร้านมันตราตั้งอยู่ไม่ไกลกัน เมนูจะคล้ายกัน ในส่วนของอาหารไทย และอาหารใต้ แต่ร้านมังกรทองจะเพิ่มในส่วนของเมนูอาหารจีนเข้ามาด้วย
สำหรับเมนูที่ลองสั่งมาทาน จานแรกคือ หมี่แกงไตปลา ที่มาพร้อมกับแกงไตปลาใส่เนื้อปลาสดมาในน้ำแกง รสชาติจัดจ้านถึงเครื่องแกงใต้ ทานคู่กับหมี่ และไข่แดง พร้อมผักเครื่องเคียง เหมือนกำลังทานขนมจีนแกงไตปลา กุ้งผัดซอสมะขาม กุ้งตัวโตทอดกรอบราดน้ำซอสเปรี้ยวหวานละมุนลิ้นมาก ยำผักกูดอีกหนึ่งเมนูไม่ควรพลาดเพราะยำแบบสูตรทางใต้ คือใส่น้ำกระทิลงไปด้วยเหมือนจะเป็นเมนูที่หาทานได้ทั่วไทย แต่ร้านนี้รสชาติแตกต่างเป็นยำผักกูดที่อร่อยมาก ผัดเต้าหู้ทรงเครื่อง เป็นเมนูออกแนวจีนหน่อยๆ ตอนแรกคิดว่ารสชาติจะเหมือนผัดเต้าหู้ที่เคยทานทั่วไป คือ จืดเลี่ยน แต่ไม่เป็นอย่างนั้นกลับกลายเป็นเมนูโปรด ที่ตักทานได้เรื่อยๆ รสชาติกลมกล่อมมาก ช่วยดับความจัดจ้านของเมนูอื่นได้แบบเข้ากัน
ภัตตาคารมังกรทอง
ที่อยู่: อำเภอเมืองนราธิวาส นราธิวาส 96000
เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
โทรศัพท์ 073-511-835

—————————–

1,056 total views, 3 views today