101 ปี โรงเรียนตาดีกา : ความเป็นมาของ TADIKA

101 ปี โรงเรียนตาดีกา : ความเป็นมาของ TADIKA

—————————–

         การศึกษาสำหรับเด็ก ๆ ในปาตานีมีอายุประมาณ 101 ปี ในปี ค.ศ. 1918 ปรากฏว่ามีนักเดินทางมาจากยะโฮร์(มาลายา) ได้เข้ามายังปัตตานี เขาได้จดบันทึก สิ่งที่เขาเห็นที่ปัตตานี บริเวณบานา สุไหงปาเเน อำเภอเมืองในปัจจุบัน เขาตกใจเพราะว่าเขายังไม่เคยเห็น Seluruh Nusantara (ในภูมิภาคแหลมมลายู) ที่มีการเรียนการสอนให้แก่เด็ก ๆ

         สมัยก่อนผู้เรียนจะเป็นรุ่นใหญ่ บรรลุนิติภาวะ เด็ก ๆ ไม่ค่อยเรียน แค่เรียนกุรอาน แต่สิ่งที่เขาเห็นที่นั่น เขาได้บันทึกเป็นภาษามลายูว่า “يڠ بلاجر دودوق اتس بڠكو اد ميجا يڠ مڠاجر برديري ڬونا ڤاڤن” แปลว่า ‘ผู้เรียนนั่งบนม้านั่งมีโต๊ะ ผู้สอนยืนใช้กระดานดำ’ นั่นคือสิ่งที่เขาเขียน เด็ก ๆ นั่งเรียนบนโต๊ะ มีโต๊ะและเก้าอี้ ผู้สอนยืนสอน ซึ่งหาดูได้ยากที่ครูผู้สอนศาสนาจะยืน(ระบบการเรียนการสอนศาสนาอิสลามแบบโบราณนั้น ทั้งผู้สอนและผู้เรียนนั่งกับพื้น) การสอนในรูปแบบดังกล่าวนี้ผู้คนเรียกว่า sekolah (โรงเรียน) มีการเรียนการสอน 5 วัน คือการเรียนการสอนที่เป็นระบบ ยังไม่มีแบบปอเนาะ แต่เป็นระบบชั้น ที่นี่เรียกว่า sekolah(โรงเรียน) ไม่ใช่ภาษาอาหรับ

         คำว่า sekolah(โรงเรียน)รากศัพท์มาจากภาษาตุรกี sekola เเต่ภาษาอังกฤษเรียก school จนกระทั่งปี ค.ศ. 1949 รัฐบาลเพิ่งมาเริ่มสร้างโรงเรียนในภูมิภาค แต่โรงเรียนในเมืองนั้นมีแล้วในปัตตานี (คือโรงเรียนเบญจมราชูทิศ) แต่ยังไม่เรียกว่าโรงเรียนแบบปัจจุบันเหมือนโรงเรียนมัธยม ซึ่งรัฐบาลได้สร้างในปี ค.ศ. 1917 ก่อนตาดีกา 1 ปี

         เมื่อรัฐบาลได้เข้ามาสร้างโรงเรียนประถมในชุมชนและภูมิภาค รัฐบาลก็ได้ทำโรงเรียนขนาดใหญ่ตั้งแต่ยุค1949 จึงทำให้คนปัตตานีเรียกว่าโรงเรียนไทย และที่เรียนอยู่นั้นเรียกว่า Sekolah Melayu (โรงเรียนมลายู) จึงเกิดการเปรียบเทียบ ระหว่าง Sekolah Melayu (โรงเรียนมลายู) กับที่เพิ่งมาสร้างคือโรงเรียนไทย

         เมื่อมีการเปรียบเทียบ จึงได้เกิดการกระทบกระทั่ง คือเมื่อรัฐบาลมาสร้างโรงเรียนประถมแต่ก่อนเรียกโรงเรียนไทย (เรียกว่าโรงเรียนประถมภายหลัง) การสร้างโรงเรียนประถมแต่ไม่ประสบความสำเร็จประชาชนไม่นิยม สุดท้ายเมื่อไม่นิยมรัฐก็เลยต้องสั่งห้ามโรงเรียนมลายู (สั่งปิด) การมีคำสั่งปิดทำให้เหตุการณ์เริ่มรุนแรงช่วงจอมพล ป. ประกอบเหตุการณ์ช่วงนั้นก็รุนแรง เหตุการณ์ความไม่สงบ และต่อมาเริ่มมีการจับครูผู้สอน ลักพาตัวครู จนทำให้รัฐบาลมองว่ามันจะทำให้เป็นปัญหามากขึ้น จึงมีคำสั่งให้เปิดใหม่ เพราะกระทรวงมหาดไทยประกาศระเบียบ ข้อบังคับเรื่องการเรียนการศึกษา ซึ่งเมื่อเปิดใหม่มีเงื่อนไขคือ 1 ห้ามเรียกโรงเรียนมลายู (ช่วงนั้น คำว่ามลายูเป็นคำต้องห้ามด้วย) ห้ามเรียกว่า Sekolah Melayu (โรงเรียนมลายู)

         ในปี ค.ศ. 1951 มีการใช้ชื่อ TADIKA เพราะเนื่องจากการที่ถูกสั่งห้ามเรียกโรงเรียนมลายู จึงบัญญัติคำใหม่ขึ้นมา คำใหม่นั้นก็คือ taman didikkan kanak-kanak ใช้ชื่อย่อข้างหน้าเป็น TADIKA ชื่อนี้มาจากการ Copy โรงเรียนของ British ที่ทำให้คนมลายูที่ Pulau Pinang (ปีนัง)เรียน หลังจากนั้นจึงต้องทำการเรียนการสอนในวันที่ไม่ใช่วันปกติของโรงเรียนไทย คือโรงเรียนไทยเรียนจันทร์ถึงศุกร์ ทำให้โรงเรียนTADIKA เหลือแค่เสาร์และอาทิตย์ ส่วนหลักสูตรวิชาอื่น ๆ เช่น วิชา Social ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิชาที่ยังเรียนทางโลกก็ถูกตัดออกไปสำหรับ 2 วันมีเวลาเรียนเพียงแค่วิชาศาสนาและพื้นฐานภาษามลายู ตาดีกา โรงเรียนมลายูแล้วแต่จะเรียกเพราะติดมาจากเก่า

         ตอนนี้คนมลายูก็ยังเรียกโรงเรียนมลายู(Sekolah Melayu) ในจังหวัดชายแดนใต้ปัจจุบันมีเขียนเกือบทุกที่บนป้าย แต่พอเป็นภาษาไทยก็จะเขียน TADIKA เพราะเป็นชื่อทางการ

 

เครดิต : ที่นี่ 3 จชต.

 

1,272 total views, 12 views today